Econ Inhouse Seminar ประจำเดือนกรกฏาคม ว่าด้วยเรื่อง “การสมรสและค่าจ้างที่ต่างกันระหว่างชายและหญิงในประเทศไทย”

     พฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน 2559 ดร.ธัญมัชฌ  สรุงบุญมี อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นผู้นำเสนอโครงการได้กล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลทางสถิติระดับประเทศปัจจุบันมีความพร้อมสำหรับใช้ศึกษาหัวข้อด้านเศรษฐกิจและสังคม การศึกษานี้ก็ใช้ประโยชน์จากข้อมูลนี้เพื่อวิเคราะห์สภาพความเหลื่อมล้ำระหว่างเพศชายและหญิงในประเทศไทย โดยวัดจากความเหลื่อมล้ำในตลาดแรงงานที่แสดงให้เห็นในรูปของค่าจ้างที่ต่างกัน งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ขณะที่ส่วนต่างของค่าจ้างชาย-หญิง ณ ปัจจุบันแทบจะไม่มี และเป็นเพศหญิงที่มีค่าจ้างเฉลี่ยสูงกว่าเพศชายเล็กน้อย แต่ความเหลื่อมล้ำที่สำคัญยังซ่อนอยู่ เช่น ในอันดับแรกแรก ค่าจ้างหญิงที่สูงเทียบเท่ากับชายนี้ เป็นผลมาจากตัวแปรด้านทุนมนุษย์ต่างๆ ที่วัดได้ ที่เพศหญิงมีสูงกว่าเพศชายอย่างมาก หากผลตอบแทนต่อตัวแปรเหล่านี้ (market returns) มีค่าเท่ากันระหว่างชายและหญิง เพศชายจะมีค่าจ้างต่ำกว่าเพศหญิงเป็นจำนวนกว่า 10%

     ในอันดับที่ 2 การศึกษานี้ได้วิเคราะห์ต่อไปถึงบทบาทของความคาดหวังในสังคมต่อบทบาทในชีวิตหลังการสมรสของชายและหญิง และผลกระทบต่อค่าจ้างชายและหญิงที่เราสังเกตเห็น ในการศึกษาต่างประเทศเป็นที่พบเห็นบ่อยว่าในเพศชายการแต่งงานมีผลต่อค่าจ้างในทางบวก คือผู้ชายที่แต่งงานแล้วจะมีค่าจ้างสูงกว่าชายที่ยังไม่แต่งงานที่มีลักษณะอื่นๆ คล้ายกัน โดยส่วนใหญ่ปรากฏการณืนี้อธิบายได้ 2 แบบ คือ 1) ความดูดีในตลาดสมรสมีความสอดคล้องกับความสามารถในการทำงาน ซึ่งเป็นความสัมพันธ์เพียงทางสถิติ และ 2) การแต่งงานทำให้ผู้ชายสามารถอุทิศตนให้งานได้มากขึ้นทำให้มีผลิตภาพสูงขึ้นและได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้น เป็นความสัมพันธ์เชิงเหตุผล เราอาจเชื่อว่าเหตุผลที่ 1 อาจจะมีผลต่อค่าจ้างไปในทางบวกทั้งในชายและหญิง แต่ในเหตุผลที่ 2 อาจเป็นไปได้ว่าด้วยพื้นฐานสังคมของประเทศไทยที่เพศหญิงยังถูกมองว่ามีความรับผิดชอบในครัวเรือนมากกว่า อาจทำให้ค่าจ้างของผู้หญิงที่แต่งงานลดลงกว่ากลุ่มที่ไม่แต่งงานก็เป็นได้ เนื่องจากผู้หญิงที่แต่งงานแล้วสามารถอุทิศตนให้กับงานได้น้อยลงในการศึกษานี้ได้พบรูปแบบของผลได้ต่อการแต่งงานที่สอดคล้องกับคำอธิบายดังกล่าว คือ ผลได้ต่อการแต่งงานในเพศหญิง ต่ำกว่าเพศชายอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่เพศชายที่แต่งงานแล้วได้รับค่าจ้างสูงกว่าชายที่ไม่แต่งงานประมาณ 10% เพศหญิงที่แต่งงานแล้วได้รับค่าจ้างสูงกว่าหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานเพียงไม่เกิน 1.3% หลักฐานดังกล่าวสอดคล้องกับข้อสังเกตว่าบทบาทในครัวเรือนหลังการสมรสระหว่างชายและหญิงที่ต่างกันทำให้ผลได้ต่อการสมรสที่แสดงให้เห็นในค่าจ้างนั้น ต่างกันในชายและหญิง
     ผู้นำเสนอสรุปโดยเชียร์ให้นักวิจัยและนักศึกษาในสายต่างๆ เข้ามาศึกษาในเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่มีพร้อม เนื่องจากยังมีคำถามสำคัญอีกมากมายที่ต้องตอบเพื่อให้เรามีพื้นฐานความรู้พอที่จะสามารถออกแบบนโยบายบางอย่าง หรือเปลี่ยนมุมมองและพฤติกรรมในตัวบุคคล เช่น ลักษณะของชายและหญิงที่นำมาเปรียบเทียบนี้ครอบคลุมพอหรือยังที่จะสรุปว่ามีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นในตลาดแรงงาน ผลได้ต่อการแต่งงานที่ต่างกันนี้มีความหมายอย่างไรกับเราในทางนโยบายหรือในทางพฤติกรรม สังคมเรากำลังตั้งความคาดหวังที่ไม่สมจริงเกี่ยวกับบทบาทของสตรีในครัวเรือนหลังการแต่งงานหรือไม่ ในเมื่อโลกและเศรษฐกิจเรากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สังคมเรามีความพร้อมทางใจหรือยังเพื่อยอมรับความเท่าเทียมกันระหว่างชายกับหญิงในครัวเรือน อ.ดร.ธัญมัชฌยินดีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับคำถามเหล่านี้ และท่านสามารถติดต่ออาจารย์ได้ทางเมลล์ drtanyamat@gmail.com

อนัน เค้าสิม : บันทึก